ชายแดนภาคใต้ — เกิดเหตุความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ปฏิบัติการฝ่ายความมั่นคง เมื่อกำลังร่วม 3 ฝ่าย (ทหารพราน, ตำรวจ และฝ่ายปกครอง) ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย หลังได้รับรายงานจากแหล่งข่าวความมั่นคงว่า มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบระดับปฏิบัติการที่มีหมายจับติดตัวหลายคดี เข้ามาลักลอบกบดานและนัดรวมตัวกันเพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายในพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กระจายกำลังเข้าปิดล้อมและใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยการเจรจาผ่านผู้นำชุมชนและโต๊ะอิหม่ามเพื่อให้กลุ่มผู้ต้องหามอบตัวและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น ฝ่ายผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงสวนออกมาจากบ้านพักเพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดขึ้นเป็นเวลานานหลายนาที
เปิดนาทีปะทะ: ยิงเปิดทางหนี เจ้าหน้าที่ตอบโต้ตามระเบียบการใช้กำลัง
หลังจากเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างระมัดระวัง ผลการปฏิบัติการพบว่า:
จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย: ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา ในคดีความมั่นคง เจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวไว้ได้พร้อมอาวุธปืนประจำกาย และนำตัวส่งศูนย์ซักถามเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ถูกวิสามัญฆาตกรรม 3 ราย: ฝ่ายผู้ก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุรวม 3 ราย เนื่องจากพยายามใช้กำลังต่อสู้และเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อน ตรวจสอบเบื้องต้นพบอาวุธปืนพกสั้นและปืนสงครามตกอยู่ข้างศพหลายกระบอก
ประวัติไม่ธรรมดา! พัวพันคดีซุ่มยิงทหารพรานและก่อเทรกรรม
จากการตรวจสอบประวัติและอัตลักษณ์บุคคลของผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย (จับกุม 2, เสียชีวิต 3) พบว่าทั้งหมดมีหมายจับในคดีสำคัญหลายคดี โดยเฉพาะคดีพัวพันการลอบซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการการข่าวและกองร้อยทหารพรานในพื้นที่ รวมถึงคดีวางระเบิดป่วนเมือง และคดีทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
กอ.รมน. ยันทำตามขั้นตอนกฎหมาย เร่งเยียวยาและสร้างความเข้าใจ
ทางด้านโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้พยายามใช้ขั้นตอนการเจรจาตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่เนื่องจากฝ่ายคนร้ายเลือกที่จะต่อสู้ด้วยอาวุธปืน ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวและรักษาความปลอดภัยของกำลังพล
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์เวรได้ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐาน ตรวจเก็บ DNA และวัตถุพยานในจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมทั้งประสานญาติของผู้เสียชีวิตมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อป้องกันการตอบโต้จากกลุ่มผู้ก่อเหตุที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง
(ที่มา: สรุปและเรียบเรียงจากรายงานข่าวความมั่นคงและการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้)
